ความรู้เรื่องโรค

      อหิวาตกโรค ( Cholera)

อหิวาตกโรค เป็นโรคท้องร่วงร้ายแรง และระบาดได้รวดเร็ว เป็นโรคประจำถิ่นที่เกิดระบาดขึ้นเป็นครั้งคราวในอัฟริกา เอเซีย ยุโรปตะวันออก และอินเดีย เป็นโรคนำเข้าของประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรปตะวันตก การระบาดไม่ค่อยเกี่ยวพันกับการเดินทางทางอากาศ

ในสมัยก่อนพบว่าการระบาดแต่ละครั้งมีการตายเป็นร้อยเป็นพัน จึงมีชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันมาแต่โบราณกาลว่า “ โรคห่า ” ในปัจจุบันโรคนี้ได้ลดความรุนแรงลง และพบระบาดน้อยลง โรคนี้มักพบในช่วงฤดูร้อน และพบในหมู่คนที่การสุขาภิบาลยังไม่ดี

สาเหตุ :  เกิดจากการกินเชื้ออหิวาต์ ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและน้ำเข้าไป เชื้อมีอยู่ 2 ชนิด คือชนิดร้ายแรง ได้แก่ วิบริโอคอเลอรา (Vibrio cholerae) กับชนิดอ่อน ได้แก่ เอลทอร์
(EL Tor) เชื้ออหิวาต์จะปล่อยสารพิษ (toxin) ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ระยะฟักตัว 24 ชั่วโมง - 5 วัน (เฉลี่ยประมาณ 1-2 วัน)

อาการ :  เกิดขึ้นทันทีทันใดด้วยอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง อุจจาระมักจะไหลพุ่ง โดยไม่มีอาการปวดท้องและมีอาเจียน โดยที่ไม่มีอาการคลื่นไส้นำมาก่อน อุจจาระเหมือนน้ำซาวข้าว ในรายที่เป็นรุนแรงจะมีอาการขาดน้ำรุนแรง และช็อกอย่างรวดเร็ว จะมีเสียงแหบแห้ง เป็นตะคริว ตัวเย็น เหงื่อออก ปัสสาวะออกน้อย ชีพจรเต้นเร็ว ความดันต่ำ ถ้าหากรักษาไม่ทัน อาจตายได้ในเวลาสั้นๆ

ในรายที่เกิดจากเชื้ออหิวาต์อย่างอ่อน หรือ เชื้อเอลทอร์ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลวบ่อยครั้งคล้ายโรคท้องเดินอื่นๆ มักจะหายได้เองภายใน 1-5 วัน

การควบคุมโรค : ให้สารน้ำทดแทน (ทางปาก เส้นเลือดดำ) ให้ยาเตตร้าซัยคลิน   ไทรเมโธพริม หรือ ซัลฟาเมธอกซาโซล ไม่ต้องแยกกักผู้ป่วย ( ยกเว้นในพื้นที่ไม่ใช่โรคประจำถิ่น) ระวังเรื่องสิ่งขับถ่าย ฆ่าเชื้อโรคที่มือ ต้มน้ำให้เดือดหรือเติมคลอรีน ค้นหาแหล่งเชื้อโรคและผู้สัมผัสเพื่อให้เคมีบำบัด ไม่แนะนำการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน รายงานองค์การอนามัยโลก ( เป็นโรคต้องรายงานตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ฉบับก่อนปี 2005)

สำหรับวัคซีนป้องกันอหิวาห์ตกโรค มีเพียงชนิดเดียวคือชนิดดื่ม วัคซีนจะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายในทางเดินอาหารส่วนลำไส้เล็กภายใน 1 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีน การให้ภูมิคุ้มกันเบื้องต้น (Basic immunization) แนะนำให้วัคซีนชนิดดื่มในผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 6 ปี จำนวน 2 ครั้ง (โดส) ห่างกัน 1-6 สัปดาห์ ซึ่งสามารถป้องกันโรคได้นาน 2 ปี

คำเตือนพิเศษ   ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและน้ำดื่ม 2 ชั่วโมงก่อนรับวัคซีน และ 1 ชั่วโมงหลังจากรับวัคซีน

การอำนวยความสะดวกในการรับวัคซีนให้ครบทั้ง 2 ครั้ง ทางบริษัทที่จะส่งพนักงานมารับวัคซีน ต้องทำหนังสือระบุ ให้ชัดเจนว่า พนักงานของบริษัทจะมารับบริการกี่ราย และจะรับบริการ 2 ครั้งที่สถาบันบำราศนราดูร หรือไม่ ? หากไม่สามารถรับวัคซีนครั้งที่ 2 ที่สถาบันฯได้ ทางบริษัทจะต้องรับรองการดื่มวัคซีนสำหรับครั้งที่2 โดยทำหนังสือเพื่อขออนุญาตถึงผู้อำนวยการสถาบันฯ มอบให้พนักงานนำมาในวันมารับบริการครั้งที่ 1 งานวัคซีนต่างประเทศ จะให้ความรู้คำแนะนำในการเตรียมวัคซีนเพื่อดื่มครั้งต่อไป เช่นการเก็บวัคซีนในกระติกที่มีน้ำแข็งตลอดเวลาระหว่างการเดินทาง การเก็บวัคซีนในตู้เย็น (ห้ามแช่ช่องแข็ง)และควรดื่มวัคซีนหลังจากผสมแล้วภายใน 2 ชั่วโมง เป็นต้น

ทั้งนี้ อายุของผู้ที่จะดื่มวัคซีนป้องกันอหิวาห์ตกโรค จะไม่ต่ำกว่า 2 ปี

 

    ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

ไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อที่เรียกว่า influenza virus เป็นการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจจะลามลงไปปอด ผู้ป่วยจะมีอาการค่อนข้างเร็ว โดยมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียอย่างฉับพลัน พบมากทุกอายุ โดยเฉพาะในเด็กจะพบมากเป็นพิเศษ แต่อัตราการตายมักจะพบในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 65 ปีหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต เป็นต้น การฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลมากที่สุด สามารถลดอัตราการติดเชื้อ ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล ลดโรคแทรกซ้อน และลดการหยุดงาน

การติดต่อ :  ชื้อนี้จะติดต่อได้ง่าย โดยการหายใจซึ่งได้รับเชื้อจากน้ำมูกหรือเสมหะของผู้ป่วย โดยเชื้อจะผ่านเข้าทางเยื่อบุตา จมูกและปาก หรือการสัมผัสสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น ผ้าเช็ดหน้า ช้อน แก้วน้ำ การจูบ หรือการที่มือไปสัมผัสเชื้อแล้วขยี้ตาหรือเอาเข้าปาก

การป้องกัน : การป้องกันที่ดีคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ทำจากเชื้อที่ตายแล้ว โดยฉีดที่แขนปีละครั้ง หลังฉีด 2 สัปดาห์ภูมิคุ้มกันจึงจะสูงพอป้องกันการติดเชื้อ แต่การฉีดจะเลือก ผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนคือ

    ผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี
    ผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัวเช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคตับ
    ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
    ผู้ป่วยโรคเอดส์
    หญิงตั้งครรภ์ 3 เดือนขึ้นไปและมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่
    ผู้ที่อาศัยในสถานเลี้ยงคนชรา    
    เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
    สมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคเรื้อรัง
    นักเรียนที่อยู่รวมกัน
    ผู้ที่จะไปเที่ยวยังแหล่งระบาดของไข้หวัดใหญ
    ผู้ที่ต้องการลดอัตราการติดเชื้อ


การให้บริการของหน่วยงานวัคซีน       ความรู้เรื่องโรค หน้า  1   2

 

Copyright © Bamrasnaradu Infectious Disease Institute All Rights reserved
Tel. 02-590-3488 ---Email.
webmaster@bamras.org